• อยากได้จัดให้.....ความฟ่อนแฟะในสังคม •


 

คิดอยู่นานว่าจะตอบโต้ดีหรือเปล่า ได้รับการเตือนจากหลายๆคนว่าตอบโต้ไปก็เหมือนสาดโคลนใส่กัน สุดท้ายแล้วมันก็เปื้อนโคลนกันทั้งสองฝ่าย มานั่งคิดไปคิดมาสุดท้ายขอสักดอก

 

นี่คือการบันทึกความรู้สึก ด้วยสัมปชัญญะใช้สมองคิด โดยที่ไม่ได้ใช้อารมณ์มาเป็นส่วนร่วม

จริงๆแล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้น ถ้าจะสาวไปแล้วคงยาวเป็นกิโล สาวไปก็คงเอาคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องมาเข้าร่วมให้เรื่องราวมันไม่จบไม่สิ้นเนี่ยได้เป็นโหลๆ

ถามว่าเรื่องราวมันเกิดขึ้นได้อย่างไร คงต้องย้อนกันกลับไปกันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม คิดแล้วก็ สี่เดือนที่แล้วเลยทีเดียว

เกิดจากการพูดถึงคนที่เราไม่พึงประสงค์ น้อง A ขัดใจกับ พี่ B เลยก๊อบข้อความของ พี่ B มาฟาร์เวิร์ดที่ FB แถมพูดถึงเค้าในทางที่เสียๆหายๆ พูดแล้วคือ ไม่ชอบเค้าขัดใจเค้า แต่กยังไปตามอ่านไดอารี่เค้าว่างั้นเถอะ แล้วน้อง A ตามประสาคนช่างหาเรื่อง ก็ไปหาพวกร่วมอุดมการณ์ จนไปเจอพี่ C ที่เป็นเหยื่อ พี่ C เอาเรื่องของ พี่ B ไปประกาสในกลุ่มเพื่อนของเค้า ซึ่งก็มี พี่น้อง D กับ E และเราอยู่ด้วย

 

พอ B และเพื่อนๆรู้เรื่อง ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ ออกมาเต้น แต่คนที่ B ออกมาเต้นใส่น่ะคือ พี่ C หารู้ไม่ ว่าคนที่อยู่หลังเรื่องราวทุกอย่างน่ะ คือ A ที่สุดท้ายแล้วคือคนที่ตัวเองกลับไปจูปปากด้วยนั่นเอง ตอนนี้อ่านแล้วคง งง งง ว่าใครเป็นใคร สุดท้ายเรื่องจบลงด้วย A เหมือนจะขัดใจกับ C D E เพราะคอมเม้นต์ของเราเริ่มจุดชนวนว่า “ว่าแล้วว่าคนอย่างนี้คบไม่ได้” กลายเป็น พี่ C ซวยสุด เพราะเรื่องทุกอย่างไปอยู่ที่เธอ ถามว่าเรื่องราวต่างๆเนี่ยเกี่ยวข้องกับเราโดยตรงหรือเปล่า ก็คงไม่ ไม่ได้มีส่วนร่วม ไม่ได้มีส่วนเสีย ที่เหมือนจะมีส่วนคือ เรากับ พี่ C สนิทกัน

 

พอเวลาผ่านไปสักพัก D E ที่เหมือนจะขัดใจกับ A ก็กลับไปปรับความเข้าใจกัน ซึ่งสำหรับเราก็ถือว่าไม่ผิด ถ้าคิดว่าคบกันได้ก็คบกันไป เราไม่ได้แคร์อะไร แค่เรื่องส่วนตัวก็เยอะปวดหัวไปหมดแล้วไม่อยากคิดเรื่องคนอื่น ดีใจซะอีกเค้ากลับไปเข้าใจกันได้ แต่สำหรับเราแล้ว เจ็บแล้วจำไม่ขอไปยุ่งเกี่ยวกับ A บอกตรงๆ คนที่เอาคนอื่นมาว่า มาด่า มาจับผิด ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ไม่ใช่แค่สองครั้ง หลายคร้ง ทั้ง Forward mail ทั้ง FB แค่คิดก็เวียนหัวแล้ว เราเลยขออยู่ห่างๆ ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับ A ซึ่งเค้าก็เทียวบล็อกเทียวอันบล็อกเรากับ C ไปทั่ว แคร์มั้ย ไม่เลย ดีอีกไม่ต้องเห็นคอมเม้นต์ของน้องเค้า  สุดท้ายเรื่องราวทุกอย่างก็ซาลง แต่มันก็เหมือนกระจกที่ร้าวไปแล้ว เอากลับมาส่องมันก็ไม่ประติดประต่อ เลยกลายเป็น พี่ C พี่น้อง D E และเรา ก็เฉยๆกันไป

 

จุดมันอยู่ที่ว่าไปเกลียดคนที่มีส่วนร่วมในเรื่องทุกๆอย่างนี้มั้ย คือไม่ได้เกลียด

เริ่มจาก

* A ซึ่งก็คิดว่าน้องเค้าคบไม่ได้ ก็ไม่คบเค้าไม่ได้อยากคบกับเรา เราไม่ได้อยากคบกับเค้า กลัวโดนลอบกัดทีหลัง

* B ที่เราเองไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรง เค้าก็อยู่ส่วนเค้า เราก็อยู่ส่วนเรา

 * D E สองพี่น้อง เราก็เฉยๆ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียด แต่ก็สุดท้ายไม่ได้คุยกันไป เพราะคิดว่า ทัศนะคติไม่ได้ตรงกันอะไรมากมาย

 

พอเรื่องผ่านไปเดือนกว่า เราก็ไม่ได้เก็บเรื่องราวทุกอย่างมาคิดให้มันรกสมองเท่าไรแล้ว ไม่เคยเอาเรื่องราวของการขัดใจนี้ไปเล่าต่อให้คนอื่น หรือสาวให้คนอื่นมาเข้าร่วม

 

แล้วเรื่องมันก็เกิดขึ้นมาอีก ตอนที่ถึงคราวที่เรา clear friend list ที่ FB ที่โดยปกติแล้ว สองสามเดือนทีก็จะลบคนที่ไม่ได้มีการติดต่ออกไป เพราะบางคนก็สักแต่ที่จะแอ้ดมา หารู้ไม่ว่าเราคือใคร แอ้ดมา ไม่คุยก็ลบ หรือคนที่เราไม่ได้สนใจที่จะรู้เรื่องราวของเค้า เค้าเองไม่ได้สนใจที่จะรู้เรื่องราวของเรา เป็นเพื่อนกันไปหาพระแสงอะไร ก็ลบออกไปซะ สุดท้ายเราก็ลบคนออกไปเป็นขโยง ซึ่งก็ลบ D E ไปด้วยเพราะไม่ได้อยากรู้เรื่องของเค้า และก็มีคนอื่นๆในไดอารี่ด้วยอีกหลายคนไม่ใช่แค่สามสี่คน

 

คนในไดอารี่นอกจาก พี่น้อง D E ที่เราลบไป ก็ยังมี O ที่เราลบไปด้วย ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเค้าเองสนิทสมกับ D E มาก พูดถึง O เนี่ย คือตอนแรกไม่ได้รู้จักเค้ามาก่อนเลยด้วยซ้ำ

เพราะตั้งแต่มีลูก เราเองก็ซาๆเรื่องเขียนไดอารี่ไป เราจะบันทึกเรื่องราวของตัวเอง ใครอยากมาอ่านก็อ่าน แต่ก็ไม่ได้ไปสนใจอ่านเรื่องราวของคนอื่นเค้ามากมาย ถ้าจะพูดจริงๆคนที่เราสนใจอ่านที่สุดเห็นจะเป็น มู่ จากได  http://zhonglarn.diaryclub.com/ ที่เราเข้าไดมาทีไรก็จะต้องเปิดอ่าน เม้นต์บ้างไม่เม้นต์บ้าง แต่ถ้ามีเวลาที่ทำงานก็จะเปิดอ่านบ่อยๆ

 

วกกลับมาพูดถึง O จำไม่ค่อยได้เหมือนกันว่ารู้จักโอมาจากเมื่อไร

กลับไปอ่านไดอารี่เก่าๆ เหมือนครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์

ที่เค้ามาทำความรู้จักตั้งแต่ยังไม่ได้เขียนไดอารี่ แล้วบอกว่าจะเริ่มเขียนไดอารี่ ชื่อ……. วันโน้นวันนี้แต่รอเรื่องธีมก่อน

แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย แล้วเค้าก็มาคอมเม้นต์อีกสองสามครั้ง มารู้อีกที มีคนแอ้ดมาที่ FB รับแอ้ดไปแถมมีการมาแอ้ด skype เราด้วยเสร็จเรียบร้อยเลยไปได้ skype เรามาจากไหนก็ไม่รู้ เพื่อนๆที่คุยกันแล้วมีสไกป์ก็มีแต่พี่จิ กับพี่อุ๊เท่านั้น

จากนั้นก็ไม่ได้สนใจว่าเค้าคือใคร มาสะดุดอีกทีก็ตอนที่ลูกสาวเค้าใส่กระโปรงอนุบาลสีเขียว ก็คิดว่าเด็กเค้าน่ารักดีเหมือนกัน

ความสัมพันธ์สำหรับเรากับ O ก็ถือว่าเฉยๆ นะเราไม่ได้ตื่นเต้นไปรู้เรื่องของเค้า เค้าก็ไม่ได้ตื่นเต้นมารู้เรื่องของเรา

มีอยู่วันนึงเราโพสรูปตอนเรียนมัธยมที่ FB เค้าก็ตามมาเม้นต์แล้วก็แอ้ดทุกคนที่เราแท็กไปในรูป ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่มาจากโรงเรียนนั้นหรือเปล่าเลยด้วยซ้ำ

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเค้าจะแอ้ดไปทำไมเยอะแยะ หรือเพื่อเพิ่มปริมาณเพื่อนใน FB จะได้ให้ดูหรูๆ หลังจากนั้นเราก็มีเม้นต์เค้าบ้างที่ FB แต่เค้าก็ไม่ได้สนใจรู้เรื่องของเรา ไม่ได้เม้นต์อะไรกับเรา ไปสักพัก พอดีเราลบ D กับ E ออกไปจาก FB เลยมาลบเค้าออกไปด้วยในกลุ่มเดียวกัน ไม่ได้เกี่ยวเลยว่าเค้าสนิทกับ D E นักหนา

คิดว่าเรื่องจะจบ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้สนใจอะไรไม่เคยเก็บเอามาคิด ไม่เคยเอาเรื่อง พี่น้อง D E หรือแม้กระทั่ง A มาคิดให้เปลืองสมองเลยด้วยซ้ำ

จนเรื่องผ่านไปเป็นเดือน มารู้เรื่องอีกที กลายเป็นว่ามาโดนด่ากลางอากาศเฉยเลย โดนพาดพิงว่า เป็น “แฝดนรก” แถมโดนเรียกแบบจิกหัวว่า “มัน” ซึ่งตัวเราเองไม่เคยไปเรียกใครเลยว่า “มัน”

ไม่ว่า จะ A D หรือ E เข้าใจนะว่าเค้าคงเอาเรื่องมาแต่แรกไปเมาส์กัน ไปพูด out of proportion กัน มันก็คงจะสนุกปากเค้าน่ะนะ 

จากที่เค้าพูดมา ไม่ขอคอมเม้นต์ เพราะภาษาที่เขียนมันส่อถึง “สันดาน” ของคนเขียนเองอยู่แล้ว  

เค้าถึงกับ บอกไปโน่น “ที่ถ้ามันสองคนกล้ามาเม้นแย่ ๆ  ก็คงโดนดีจากแม่แน่ ๆ”

 

ขอโทษเถอะค่ะคุณ

ดิชั้นไม่ได้ไปสนใจคอมเม้นต์ไดคุณมาแต่ไหนแต่ไร คิดเข้าข้างตัวเองไปไหมเนี่ย หรือสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยหรือเปล่า  นี่ขนาด “สมองและจิตใจ” ของคุณสั่งให้ไม่ได้เอาเรื่องของชั้นมาสนใจ คุณยังเอาเรื่องของชั้นมาเขียนได้ซะหลายบรรทัด น่าเวทนาจริงๆ  

บอกตรงๆจากที่ได้รู้ข่าว และได้ไปอ่านเรื่องนี้แล้ว อ่านแล้วความรู้สึกแรกคือ เวทนา และใจหาย ที่ใครคนนึงที่เราเองก็ไม่ได้สนใจช่างเอาเรื่องแค่โดนลบจาก friend list ไปคิดได้เป็นตุเป็นตะ เป็นเราเรอะ โดนลบก็สะบัดบ๊อบใส่ ไม่ได้เก็บมาสนใจ

สุดท้ายมีการบอกด้วย “วันนั้น แม่เลยทิ้งข้อความเตือนสติพวกมันไว้ที่ FB เป็นครั้งสุดท้าย” โถ่ แล้วชั้นลบเธอไปตั้งนานแล้วแล้วชั้นจะไปเก็บมารู้ได้ไงเนี่ย คงสบายใจเธอสินะ ก็ทำไปเถอะ เผาใจเธอเอง

ตอนนี้ให้กลับมาอ่านข้อความที่ O เค้าเขียนเอาไว้ บอกตรงๆว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเหมือนเป็น random letters ที่ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเรา ออกจากหน้าจออิชั้นก็ลืมแล้ว คิดซะว่า แม่บ้านว่างงานทั้งหลาย ไม่มีอะไรที่ดีจะทำกับชีวิตเลยเที่ยวไปเมาส์เที่ยวได้ไปหาเรื่องไปทั่ว

 

จบค่ะ ไม่เก็บมาคิด กรวดน้ำให้คนจำพวกนี้ ส้าธุ ไปดีเถอะ

     Share

<< สุขสันต์วันเกิดสองขวบ สาวน้อยร้อยอารมณ์@ @ กราบขอบพระคุณ @ @ >>

 



 
Posted on Wed 15 Sep 2010 9:26
 
 









Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 


 

ทักกันมาว่า งง ปล่อยให้มัน งง ไปอย่างนี้ดีแล้วค่ะ แค่ได้เขียนบอกความรู้สีกได้ระบายในที่ของตัวเองก็สบายใจแล้วค่ะ ไม่เก็บมาติดใจ ไม่อยากต้องมาเอ่ยชื่อกันจะกลายเป็นเด็กประถมทะเลาะกันไปซะเปล่าๆ
รี   
Wed 15 Sep 2010 12:08 [4]

ฝากอะไรให้อ่านกันเล่นๆ

โดย........คุณพ่อศวง ศุระศรางค์


ระวังคนที่ชอบฟ้องคนนี้คนโน้น ว่าเป็นอย่างนี้อย่างนั้น ใครเชื่อเขา คนนั้นเป็นคนหู เบา ใช้ไม่ได้ ต้องฟังอีกข้างหนึ่งก่อน ถ้าฟังทั้งสองข้างแล้ว ใครเข้าข้างไหนเขาเรียกคนนั้นว่าลำเอียง ก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน


ต้องพิจารณาด้วยเหตุด้วยผลตามความเป็นจริง แล้วจึงค่อยตัดสินอย่างเป็นกลางตามเหตุผล ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ เหตุผลนี้บางทีก็ไม่ตรงความเป็นจริงเท่าไรนัก สุดแล้วแต่ทนายความจะแต่งปรุง ฉะนั้นผู้พิพากษาเองก็ต้องตัดสินไปตามตัวอักษร ซึ่งบ่อยๆครั้งก็ผิดต่อความจริง ไม่ยุติธรรมด้วย

ทางที่ดีที่สุดพระเยซูตรัสว่า“อย่าตัดสินใครเลย (มธ.1:7) ยอมอดทนความคับแค้นใจหรือกลุ้มใจของคนที่มาระบายความวุ่นวายใจของคนนั้น

รับฟังเขาโดยไม่ต้องพูดอะไรนอกจากให้เขามีความอดทน และอภัยความผิดหรือข้อบกพร่องของคนที่เขาฟ้องก็แล้วกัน เหมือนกระโถนยอมรับสิ่งโสโครกต่างๆ โดยไม่บ่นว่าอะไรใคร

หลายคนต้องได้รับความเสียหายมากมายใหญ่หลวง เพราะฟังความข้างเดียวแล้วเชื่อเลยเต็มร้อย เช่น ครอบครัวแตกสลาย มิตรภาพขาดสะบั้น กิจการล้มละลาย ฯลฯ

จำไว้ให้มั่น ไม่มีใครจะเอาความชั่วของตัวเองมาเล่าให้ใครฟังดอกครับ มีแต่ความเลวของคนอื่นทั้งนั้น เป็นต้นของผู้ใหญ่ เจ้านายของเขานั่นแหละ แม้กระทั่งคนใกล้ชิดของเขาด้วยฉะนั้นอย่ารับฟังเรื่องแบบนี้เลยนั่นแหละดีที่สุด มิฉะนั้นท่านจะหลงผิดตามไปด้วย


  
Wed 15 Sep 2010 10:58 [3]

ฮื่ออ งงตั้งแต่รีโทรมาหาพี่ C ตั้งแต่เช้าแล้วว่าต้องมีเรื่องอะไรเป็นแน่ ได้ยินได้ฟังแล้วก็ งง เป็นไก่ตากแตกเลย

จะว่าเรื่องลบเรื่อง fb เนี่ยทุกคนเค้าก็มีเหตุผลเป็นของตัวเองนะ ที่พี่ได้รู้จักคนน้องก่อนคือน้อง คือน้อง D ส่วนน้อง E ที่เป็นพี่สาวเพิ่งมาคุยตอนสี่เดือนก่อนนี่เองล่ะ ส่วนน้อง A เนี่ยเค้าก็โกรธพี่เคืองพี่ทั้งๆที่พี่เองก็ได้ขอโทษทางโทรไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทาง fb ก็ด้วย แม้แต่สองพี่น้องพี่เองก็ขอโทษไปแล้วหลายครั้งเช่นกันที่พี่เองเป็นคนที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด ส่วนคู่กรณีคุณ B พี่เองก็เคลียร์กับเค้าทางเมลเป็นการส่วนตัวแล้วว่าเราน่ะทำให้เค้าเสียใจเราเองก็เสียใจไม่แพ้กัน อันนี้คุณ B เค้ารู้น่ะว่าเราทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เราเสียใจที่ให้เค้าต้องเสียใจจริงๆ

ส่วนน้อง A เนี่ย พี่ก็ไม่รู้จะเคลียร์อย่างไรแล้วล่ะ เพราะพี่ก็ได้ขอโทษไปแล้ว ส่วนพี่น้อง D E หวังว่าคงจำได้นะคะว่าพี่ได้ขอโทษไปแล้วหลายครั้ง น้องๆเองก็ว่าไม่เป็นไร แล้วน้อง D ก็ขอพี่ว่าหากเค้าจะคบน้อง A ต่อพี่คงไม่ว่า อ้าว พี่จะไปว่าอะไรล่ะคะ คำถามนี้พี่แอบคิดในใจว่าไปถามน้อง A ดีกว่าไม๊เพราะพี่ไม่ได้จะตั้งตนเป็น enemy กับใครเลย

พี่ก็เฮิร์ทแหละที่น้อง A บลอคพี่แต่ก็เข้าใจค่ะ หลังจากนั้นพี่เองก็คุยกับน้อง D C ไปตามปกติ แรกๆก็เฮฮาเรื่อยเปื่อย แต่พอหลังๆ น้อง D เองรวมถึงพี่สาวที่ห่างเหินไป แล้วพี่ก็ถามน้อง D ว่ามีอะไรไหม น้องก็บอกไม่มีอะไร แต่ก็แหมนะมันรู้สีกกันได้ จากนั้นสองพี่น้องก็ไม่ได้คุยกับพี่อีก ซึ่งพี่ก็ไม่อาจรู้ได้นะแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ถามว่าเฮิร์ทไม๊ เฮิร์ทสิ มีอะไรก็แบบไม่คุยกันตรงๆกับพี่ก่อนว่าเออพี่ไปทำอะไร พี่เองก็ได้ขอโทษไปแล้ว น้องๆเองก็ไม่ว่าอะไรแล้ว แล้วหลังจากนั้นน้องๆเองก็ไม่คุยกับพี่ พี่ก็ปล่อยไป

ทีแรกพี่ก็ไปยกเลิกแอคเค๊าอันแรกเพราะจะเลิกเล่นเกมส์ไปสักไม่นานหน่ะ ทีนี้น้อง B ก็ถามว่าเค้าหายไปไหน พี่ก็บอกความจริงว่ายกเลิกไปแล้วไม่ได้โกหก ทีนี้เพื่อนที่ทำงานเจเนทเค้าชวนพี่เล่นเกมส์ พี่ก็เลยเอาแอคเค๊ากลับมา จากนั้นพี่ก็ไม่อยากเห็นข้อความใดๆจากน้อง B C บอกตรงๆนะว่าไม่เคยโกรธไม่เคยเกลียดแม้แต่น้อง A ก็ไม่เคย แต่น้องๆไม่พูดกับพี่ พี่เห็นข้อความพี่ก็เจ็บ น้องๆลองมาเป็นพี่สิ หากน้องมีความรู้สึกที่ดีๆกับใครมานาน มาเจอแบบนี้ยังอยากจะเห็นข้อความอีกไม๊ พี่ตรงๆสำหรับพี่คือไม่ค่ะ แต่ขอย้ำอีกทีว่าไม่เคยเกลียด พี่นึกถึงความดีที่น้องๆมีให้ และหวังว่าน้องๆคงนึกถึงความหวังดีที่พี่เคยมีให้เช่นกัน น้อง D พี่ก็รู้จักตั้งแต่บลอคแกงค์โน่นซึ่งมันก็นานน่ะ ถึงแม้จะคุยบ้างไม่คุยบ้างแต่หากมีเวลาก็ตามไปอ่านได้ตลอดไม่ว่าจะไปไดไหนๆ

โอเค ส่วนน้อง A เค้าก็คิดว่ามิตรถาพสร้างมานานได้ก็ลบได้เพียงวันเดียว ก็โอเคค่ะ ซึ่งตอนนี้น้อง D E ก็คงคิดเหมือนกันใช่ไม๊ละคะ ไม่งั้นคงไม่หมางเมินพี่หรอก แต่พี่ก็เคารพการตัดสินใจและไม่เคยโกรธเกลียด พี่เองก็ได้ขอโทษทุกๆคนไปแล้วที่ทำให้เกิดเรื่อง น้อง A D E ก็รู้อยู่แก่ใจนะคะว่าพี่ได้ทำจริงๆหรือเปล่า คุยกันมาตั้งนานก็น่าจะรู้สักนิดว่าพี่เป็นคนอย่างไร เคยบอกให้น้องไปลุยไปทะเลาะกับใครไม๊ มีแต่บอกว่าอย่าเลย พอแล้ว พี่ผิดเอง ให้มันจบแค่นี้ เข้าใจแบบนี้น่ะดีแล้ว พี่รับผิดชอบเองทั้งหมด ไม่อยากให้เรื่องไปเดือดร้อนใครๆอีก

ส่วนกรณีน้อง O ก็งงค่ะว่า รีเล่าให้ฟังคร่าวๆ ก็เอ๊ะไหงงั๊นล่ะ บอกว่าได้ยินความชั่วของเรามานาน คือฟังข้างเดียวก็เชื่อใช่ไม๊ละคะ เรื่องเล่าต่อๆใส่สีตีไข่ก็มันส์เนอะ อืมถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรมากเลยค่ะ เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน บางทีเห็นแค่มุมๆเดียว ฟังมาข้างเดียวก็ด่วนสรุปเสียแล้ว unfair ไปหน่อยไม๊คะ เราเองเป็นคนที่ไม่ฟังความข้างเดียวค่ะแม้แต่คนใกล้ตัวเรายังต้องฟังหูไว้หูเลย แล้วค่อยมาหาความจริงทีหลัง

การที่เราลบคุณ O ไปเนี่ย ขอโทษนะคะ ไม่ใช่คุณคนเดียวแต่เกือบร้อยคนเลยจากสอง fb ของเรา อืมม เราเองครั้งที่สองก็ได้บอกไปแล้วว่าเราจะลบ ครั้งแรกเราไม่ได้บอกก็คิดว่าเสียมารยาทไปนิดแต่พอครั้งที่สองโพสบอกค่ะแล้วคุณก็ไม่ได้แสดงตัว อาจจะไม่ได้อ่านก็ได้ ที่เราลบก็อยากให้ fb ของเราเหลือแต่คนที่สนิทจริงๆอย่างครอบครัว ญาติๆ เพื่อนสนิทก็เท่านั้นค่ะ หลายๆคนที่ลบไปเค้าก็ถามมาและขอแอดใหม่เราก็รับกลับค่ะ ส่วนใครลบเราเราก็ขอแอดกลับ ไม่แอดเรากลับก็ไม่เคยไปวีนใครต่อใครเลยเพราะเราเข้าใจว่าทุกๆคนต่างก็มีเหตุผลเป็นของตัวเองทั้งนั้นค่ะ อย่างได้ที่อธิบายไปแล้วข้างบนว่าทำไมถึงบลอคสองพี่น้อง สองพี่น้องเค้าลบพี่ก่อนค่ะ ซึ่งพี่ไม่เคยจะคิดลบเค้าเลย ที่นี้เราก็เฮิร์ทสิ ขอไม่เห็นเลยดีกว่าก็บลอคไป คนเราในเมื่อไม่แคร์กันแล้วไม่คุยด้วยกับเราแล้ว จะมาแคร์อะไรกับการที่เราจะบลอคเค้ากัน บอกไว้ตรงนี้ก็แล้วกันนะคะว่าไม่เคยโกรธหรือเกลียด และอยากให้คุณ O เข้าใจนะว่าเราไม่ได้พาลอย่างที่คุณคิด

และอยากจะบอกว่าเราไม่เคยเรียก หรือเขียนถึงใครว่ามันเลย น้องรีเค้าก็ไม่เคย เรียกทุกๆคนน้องตลอดตั้งแต่วันที่มีเรื่องวันแรกจนถึงวันนี้ที่เราได้คุยกัน เอาเป็นว่าเราอธิบายแค่นี่แหละ เพราะเป็นคนที่เขียนไม่เป็น ไม่สามารถทำให้ข้อความของตัวเองสวยหรูชวนให้เคลิบเคลิ้มได้ เราเขียนมาจากความรู้สึก

เราเองเป็นคนที่หากทำให้ใครเสียใจ หรือทำให้เกิดเรื่องราวอะไร ใครผิดหรือถูกไม่สำคัญ เราจะเป็นคนที่สำนึกและเสียใจ และคำที่เราขอโทษมันออกมาจากใจเสมอ ใครจะเชื่อหรือไม่เราไม่สนใจหรอกค่ะ คนที่รู้จักเราเข้ารู้ดี เราไม่สามารถที่จะทำให้ใครมาเข้าใจเราได้หมดหรอก หลังจากวันนี้เราขอให้ทุกคนจบได้แล้วเพราะเราอยากจะอยู่แบบสงบสุข เราไม่สบายใจที่จะต้องเห็นคนข้างกายต้องมาพลอยเดือดร้อนเพราะเราเป็นต้นเหตุ คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ จะมานั่งทะเลาะมาอะไรกันไปเพื่ออะไร มาปรับความเข้าใจกันจะดีกว่าค่ะ

เราเองไม่ชอบไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร อยากให้จบด้วยดี ส่วนใครจะคิดอย่างไรเราไม่สน เพราะเราได้ขอโทษไปแล้ว ใครจะเอาไปขยายความใส่มีใส่ไข่ก็ตามสบาย เราไม่รับรู้ ไม่สนใจไม่ตามไปอ่าน เพราะปกติเราก็ไม่ค่อยได้อ่านไดอารี่ออนไลน์เท่าไรมาเป็นปีแล้ว เราอยากจะอยู่แบบสงบสุข ระมัดระวังคำพูดความคิด เพราะเราคิดว่าสิ่งที่ทำผิดพลาดไปมันเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับเรา คนเรามันก็มีทำผิดทำพลาดได้บ้าง คิดไม่ดีไปบ้างเพราะเราไม่ได้นิพพานนี่นา แต่พอเรารู้ตัวเราก็กลับมาเป็นคนที่คิดดีทำดีได้เหมือนเดิม แต่ก็นะสิ่งที่ดีๆล่ะก็ไม่มีใครอยากจะจำ พอทำอะไรผิดนิดๆหน่อยล่ะก็ เหยียบย่ำซ้ำเติมด่าว่ากันจังทั้งๆที่ก็ไม่ได้รู้ความจริงกันทั้งหมด ธรรมดาของคนเราก็ต้องปลงน่ะ

แต่ก็ต้องขอบคุณกราบงามๆเพื่อนๆหลายๆคนที่เข้าใจและให้กำลังใจมาตลอด ไม่เหยียบย่ำซ้ำเติม เราอยากมีชีวิตที่ไม่ต้องมีอคติกับใครน่ะ เอาเป็นว่าขอให้จบและอโหสิกรรมให้แก่กันก็แล้วกันนะคะ หากมีอะไรก็มาคุยกันตรงๆก็แล้วกัน ขอจบเพียงเท่านี้เนื่องจากเวลามีจำกัด ขอบคุณค่ะ

ปล เราไม่โกรธคุณ O หรอกนะคะเพราะเรารู้ว่าคุณไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมด และคุณไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมเราจึงลบคุณออกไป หากคุณเข้าใจเราก็จะดีใจค่ะ แต่หากไม่เราก็เคารพความคิดของคุณ แต่กรุณาอย่าเรียกเราหรือน้องของเราว่ามันเพราะเราไม่เคยเรียกคุณหรือใครว่ามันหรือเขียนหรอกค่ะ อันนี้ไม่ได้เข้าไปอ่านนะคะ ตามที่น้องเค้าเล่ามา แล้วเราก็ไม่เคยมีอคติกับคุณเลยแม้แต่น้อย จากใจนะคะ ขอบคุณค่ะ

ปล คนอื่นที่ลบไปก็ใช่ว่าจะมีอคติ โกรธหรือเกลียดใดๆเลย เข้าใจตามนี้ด้วย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ปล สุดท้าย หากใครไม่เข้าใครก็ขอให้อ่านอีกรอบ เพราะคนเขียนก็เริ่มงงแล้วเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

มีความสุขกันทุกๆคนค่า บ๊ายยยย
คุณ C   
Wed 15 Sep 2010 10:47 [2]

อ่านแล้วงง เดี๋ยวค่อยคุยกันนะคะ
น้องติ๊ก   
Wed 15 Sep 2010 10:03 [1]




THEME DESIGN BY MUUTAH